24 HRS IN YANGON | เดิน เล่น ถ่ายรูป หนึ่งวันในย่างกุ้ง

ถ้าถามว่าประเทศเพื่อนบ้านเราชอบประเทศไหนมากที่สุด ยืนหนึ่งในใจเราคงหนีไม่พ้น ต้องยกให้ ‘พม่า’ เป็นคำตอบสุดท้าย! เพราะไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ สถาปัตยกรรม วัฒนธรรม รวมถึงชาวบ้านผู้น่ารักทั้งหลาย การที่จะหาเรื่องเดินทางมาพม่าอีกครั้งคงไม่ต้องยกเหตุผลขึ้นมามากมาย ครั้งนี้เราก็เลยจองตั๋วแบบไม่ต้องคิดเยอะ แวะมาเดินเล่น ‘ย่างกุ้ง’ กันดูสักหน่อย  ความจริงทริปนี้เรามาพม่าทั้งหมดแปดวันด้วยกันค่ะ แต่ว่าทำงานอาสาสมัครอยู่ในเมืองย่างกุ้งเกือบทั้งทริป (มีแว๊บไปต่างเมืองบ้างนิดหน่อย) ตื่นแต่เช้าทำงานพอช่วงบ่ายก็เดินเล่นลัดเลาะไปนู่นไปนี่ วันนี้ก็เลยขอมารวบรูปจุดถ่ายรูปงาม ๆ ให้เพื่อน ๆ สามารถตามไปเก็บครบถ้วนกันได้ภายในวันเดียว ลุยยยย 🙂 __________________________________________________ Banan Market : ตลาดกล้วย ตลาดนี้เราบังเอิ๊ญเจอในแผนที่แจกฟรีของโฮสเทลค่ะ ตัดสินใจมาแบบงง ๆ หิวกล้วยหรอก็ไม่น่าใช่ แต่เสริชดูในเน็ตแล้วคิดว่าต้องถ่ายรูปเท่อย่างแน่นอน! ตลาดตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำเลย ขายทั้งกล้วย มะพร้าว อ้อยและมะม่วง (แต่กล้วยเยอะสุด!)  แนะนำว่าควรมาช่วงเช้านะ ชาวบ้านจะนำผลไม้มาส่งทางเรือเยอะมากกกถ่ายรูปสวย แต่เราไปช่วงเย็นร้านแอบปิดไปแล้วหลายร้าน แต่ว่ากล้วยก็ยังเยอะอยู่ดี! ใครชอบถ่ายรูปวิถีชีวิตชาวบ้านคือต้องมา ตลาดไม่ใหญ่มากแต่เดินถ่ายรูปเล่นได้เป็นชั่วโมงเลยค่ะ Location : อยู่ติดริมถนนระหว่าง Kyee Myindaing Jetty และ Kyee Myindaing Kanner Road ไม่ไกลมาจากโซนในเมืองแต่ว่าก็เดินเหนื่อยอยู่นะ […]

FULL MOON PARTY ON A BUDGET! :: 6 STEPS! คู่มือการเดินทางไปฟูลมูนปาร์ตี้แบบง่ายๆ

เอาล่ะ ไม่พูดพร่ำทำเพลงFull Moon Party ต่อให้ไม่ใช่สายฝอ ไม่ใช่สาย EDMแต่เป็นสายสามช่า หรือไม่ได้ชอบปาร์ตี้ขนาดนั้นนนน อย่าเพิ่งกากบาทงานนี้ทิ้งไปเพราะเราว่าอย่างน้อยมันควรมาลองสักครั้งในชีวิตเว้ยยยยยยยย นักท่องเที่ยวบางคนนี่ถึงกะใส่ไว้ใน Things to do เมื่อมาเยือนเมืองไทยเลยนะเพราะฉะนั้นเราอยู่ใกล้แค่นี้ ไปเห๊อะะะะ ลุย! _______________________________ และนี่คือ วิธีการเดินทางของพวกเรายาวหน่อยอธิบายเยอะ เผื่อใครวางแผนตาม ทริปจะได้สมู๊ททททแล้วก็หาทางประหยัดตังค์ให้ได้เยอะที่สุดดดดเนอะ ก่อนจะเริ่มวางแผน ให้ทุกคนไปเช็ควันจัดงานที่ลิ้งค์นี้กันก่อนhttp://www.fullmoonparty-thailand.com/schedules.htmlเขามีบอกวันยันปีหน้านู่น เตรียมตัวกันล่วงหน้าได้เลย ส่วนเราไปวันเสาร์ที่ 31 มีนาคม เป๊ะเช๊ะมาก ไม่ต้องหยุดเรียนเดินทางศุกร์มืด ถึงเสาร์เช้าวันจัดงาน อาทิตย์เย็นกลับ ถึงจันทร์เช้าเบิ่งตาตื่นไปเรียนต่อเลย Play hard work harder มีอยู่จริมมมมมม _______________________________ เข้าใจแล้ว เริ่ม! 1) HOW TO GET THERE BANGKOK – SURAT THANI ขาไป : รถสมบัติทัวร์ กรุงเทพ – เกาะสมุย ราคา 592 บาท (Super)รอบ […]

ONCE IN A LIFETIME MYANMAR (3) | นั่งรถม้าชมราชธานีเก่า เดินเล่นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลก ลอยห่วงยางในบลูลากูนที่ ‘มัณฑะเลย์’

Part 1 >>> แว๊นซ์มอไซต์ฝ่าทะเลเจดีย์ ไปนั่งดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ ‘พุกาม’Part 2 >>> แวะ ‘พิลอูวิน’ เมืองพม่ากลิ่นอายแขก สู่การนั่งรถไฟผ่านสะพานที่สูงที่สุดของพม่า ___________________________________________ MANDALAY :: ‘มัณฑะเลย์’ ราชธานีเก่า เรามาทำความเข้าใจกับ ‘มัณฑะเลย์’ กันก่อน(เอาตามความเข้าใจเรานะ คือมันจะเป็นเมืองแยกออกไป อารมณ์แบบสยาม รามอินทรารงี้ไม่ไกลกันมากสามารถเที่ยวได้โดยแท็กซี่ ไม่ถึงกับต้องนั่งรถบัสข้ามเมือง) แบ่งที่เที่ยวเป็นโซนๆดังนี้ค่ะ – โซนในเมืองมัณฑะเลย์ ก็จะเป็นพวกพระราชวัง วัดชเวนันดอร์ พระมหามัยมุนี วัดต่างๆ– โซนเมืองเก่า อังวะ – สกาย – มินกุน (สามเมืองนี้แยกกัน แต่อยู่ใกล้ๆกัน)– และอีกโซนคือ อมรปุระ แลนด์มาร์คหลักๆจะเป็นสะพานอุเบ็ง และวัดมหากานดายน ซึ่งสองโซนหลังเนี้ย จะเป็นทางผ่านจากสนามบินเข้าสู่ในตัวเมืองมัณฑะเลย์ตามแพลนเราก็คือ วันแรกถึงสนามบินมัณฑะเลย์ตอนบ่ายโมง แต่เราจะยังไม่เที่ยวมัณฑะเลย์โซนในเพราะจะนั่งรถข้ามไปพุกามเลย แต่กว่ารถจะออกมันดึก! เราเลยเหมาแท็กซี่เก็บที่เที่ยวระหว่างทางผ่านไปสถานีรถบัสก่อน นั่นคือเมืองอังวะ และสะพานอุเบ็งที่อยู่เมืองอมราปุระ แล้วเดี๋ยวหลังกลับมาจาก พุกาม – พิลอูวินจะมาตามเก็บที่เที่ยวที่เหลือ ( งงมั้ย? ถ้างงถามมาได้เลยยยย […]

ONCE IN A LIFETIME MYANMAR (2) | แวะ ‘พิลอูวิน’ เมืองพม่ากลิ่นอายแขก สู่การนั่งรถไฟผ่านสะพานที่สูงที่สุดของพม่า

Part 1 >>> แว๊นซ์มอไซต์ฝ่าทะเลเจดีย์ ไปนั่งดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ ‘พุกาม’Part 3 >>> นั่งรถม้าชมราชธานีเก่า เดินเล่นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลก ลอยห่วงยางในบลูลากูนที่ ‘มัณฑะเลย์’ ______________________________________________________________ PYIN OOL WIN :: ‘พิลอูวิน’ เมืองพม่ากลิ่นอายแขกการเดินทางมาพิลอูวิน ถ้าใครมาจากมัณฑะเลย์ สามารถมาได้ทั้งทางรถแท็กซี่ สองแถวชาวบ้านและรถบัสเลย มีหลายรอบให้เลือก เพราะว่าระยะทางแค่ 60 โล ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น แต่สำหรับเรา ที่ต้องการนั่งรถยาวจากพุกามโดยตรงมีรถมินิบัสเพียงแค่รอบเดียวเท่านั้น คือของบริษัท OK Express ราคาคนละ 15,000 จ๊าดใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมง ออกจากพุกามเจ็ดโมงครึ่ง ถึงที่พิลอูวินประมาณบ่ายสองบ่ายสาม รถที่เรานั่งมาเป็นรถแอร์ แต่เป็นรถที่แอร์ไม่เย็นจนต้องเปิดหน้าต่างตลอดทางตอนแรกก็ไม่กล้าเปิดหรอก แต่นั่งไปนั่งมาจะเป็นลม หันไปเห็นชาวบ้านข้างหลังเปิดเลยเปิดตามสักพักเปิดกันทั้งรถ ไม่ไหวแล้วจ้า 5555 รถจะจอดแวะยิบแวะย่อยไปหมด (แต่ดีตรงที่แวะปุ๊ป จะมีแม่ค้ายกถาดขนมมาขายขนมปั๊ป)มีเพื่อนร่วมทางเป็นชาวบ้านหมดเลย แถมมีนกแก้วโม่งโผล่มาด้วยหนึ่งตัวใครที่ชอบนกก็จะแฮปปี้เหมือนเรา แต่ถ้าไม่ชอบก็จะรำคาญหน่อย เพราะองุ่นที่เจ้าของยัดใส่กรงมันไว้ นี่กลิ้งไปทั่วรถเลยค่ะ  55555555 รถจะแวะพักให้กินข้าวกลางวันรอบนึง แถมไปส่งยันที่พักเลยด้วย(สังเกตุรูปสุดท้าย น้องหม่องแก้วโม่งเราฮอตในหมู่แม่ค้ามากจ้าา) เราพักกันที่ Thiha Bala […]

ONCE IN A LIFETIME MYANMAR (1) | แว๊นซ์มอไซต์ฝ่าทะเลเจดีย์ ไปนั่งดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ ‘พุกาม’

‘พม่า’ ตอนแรกไม่เคยผุดขึ้นมาในหัวเลยค่ะ เพราะหนึ่งคิดไปเองว่ามีแต่วัด ไอ้เราก็ไม่ใช่สายธรรมะอ่ะเนอะ ใจคอจะให้ไปตระเวนทำบุญไปวัดมันก็ไม่ช่ายยย 5555 บวกกับสองเพื่อนต่างชาติที่เคยไปมานางบอกว่าพม่าอิส Nothing ไอ้เราก็เชื่อคนง่าย นอตติงๆงั้นก็ไว้ก่อนแล้วกัน จนมานั่งหาข้อมูลจริงๆเพราะอยากลองไปให้มันรู้ซะทีก็พบว่า นอตติงบ้านแกกกสิ ที่เที่ยวพม่าเย๊อะมากกกว้อย อยากจะไปมันสักสองอาทิตย์เลย คือใจเราอ่ะมันมา เวลาเราก็ได้ แต่ตังค์เราไม่ได้ไง๊สรุปแพลนลงเอยที่ 6 วัน 5 คืน มัณฑะเลย์-พุกาม-พิลอูวินกระทู้นี้เราจะพาทุกคนไปนั่งรถม้าชมเมืองเก่า แว้นมอไซค์ปีนเจดีย์ดูพระอาทิตย์ขึ้นและตกต่อด้วยนั่งรถไฟผ่านสะพานที่สูงเป็นอันดับสองของโลก และจบท้ายด้วยการแวะเล่นน้ำตกที่สีฟ้าใสแจ๋วหยั่งกะบลูลากูน ก่อนเริ่มมีวิดีโอสั้นๆมาให้ดูกันก่อนนน เราจะเล่าแยกเป็นตอนๆในแต่ละเมือง โดยเริ่มที่พุกามก่อนเป็นเมืองแรก แต่จริงๆเราบินลงมัณฑะเลย์นะบล็อคนี้จะยาววววหน่อย เพราะนอกจากสถานที่ท่องเที่ยวแล้วเรื่องราวที่เจอระหว่างทางนี่ก็ประทับใจไม่แพ้กัน BAGAN :: ‘พุกาม’ เมืองแห่งทะเลเจดีย์ จากมัณฑะเลย์ มาพุกามมีรถบัสให้เลือกเยอะค่ะ แต่เราเลือกรอบที่ดึกที่สุดก็คือสามทุ่มครึ่ง เพื่อที่จะไปให้ถึงพุกามเวลาตีสามครึ่ง (ประหยัดที่พักไปได้หนึ่งคืน) จองกันไว้ล่วงหน้าตั้งแต่อยู่ไทย ผ่านเว็บ https://bnfexpress.comหารค่าธรรมเนียม ก็ตกคนละ 8.3 ดอลล่าร์เอง ขึ้นรถที่สถานีขนส่ง Kywel Sel Kanระหว่างนั่งรอ นายสถานี(คิดเอง)แกก็เดินออกมาจากห้องมายืนจ้องพวกเราตอนแรกก็งง อะไรของลุงเนี้ยย พอเราควักที่ชาร์ตแบตออกมาเท่านั้นแหละ รีบชี้ให้ไปชาร์ตในห้องตัวเองได้เลย ยังไม่พอนะ เห็นเรายกกระเป๋าไปมา ลุงรีบเรียกไปถามว่า What do you want? แปลเป็นไทยเองว่า […]

FUJI-SAN ROADTRIP | ระหว่างทางจาก ‘ฮาโกเน่’ มุ่งหน้าสู่ ‘คาวากูจิโกะ’

‘ บนถนนที่ข้างทางถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ พร้อมกับอากาศหนาวอุณหภูมิเลขตัวเดียว สลับกับวิวบ้านหลังเล็กๆและมีภูเขาไฟฟูจิซังที่คอยโผล่แวะมาทักทายบ้างเป็นครั้งคราวระหว่างทาง…’ นี่คืออีกหนึ่งประสบการณ์ที่เราอยากเอามาแบ่งปัน และยืนยันกับทุกคนว่ามาญี่ปุ่นทั้งที ต้องลองมาโร๊ดทริปสักครั้งวะ เอาจริง! ถึงแม้ว่านี่จะเป็นการขับรถสั้นๆแค่สามวันสองคืนแต่วิวข้างทางที่ได้เจอ ความชิลที่อยากจะไปไหนก็ไป หยุดแวะพักเมื่อไหร่ก็ได้ พร้อมกับค่าใช้จ่ายที่หารกันแล้วถูกลง คือมันคุ้มมากเว้ยยยย! บล็อคนี้เลยจะแวะเอาวิวระหว่างทางมาอวดสักกะหน่อยว่ามันดีเบอร์นี้เลยแหละแกเอ้ยย __________________________________________________ การจอง และขับรถเช่าที่ญี่ปุ่น (เวอร์ชั่นกะทัดรัด)ง่ายมากกกกกพูดเลย เตรียมพร้อมสามสิ่งมาดังนี้ แค่นี้ก็สบ๊ายยย ส่วนบริษัทที่จอง เราเลือกจองผ่านเว็บ Toyota Rent-A-Car เพราะมีเว็บภาษาไทยเข้าใจง่ายแค่นั้นแหละ ฮ่าๆ จ่ายเงินสดตอนรับรถที่นู้นได้เลยแค่มีหมายเลขการจอง เบอร์ ชื่อและใบขับขี่สากลไปโชว์เขา ง่ายจริงอันนี้ทำเองได้สบ๊าย และที่สำคัญคือ เช็คทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนวันไปรับรถนะจ๊ะ! เช่น จองถูกวัน ถูกที่มั้ย จะไปที่ที่มีหิมะได้จองยางพิเศษไว้รึเปล่า ยกตัวอย่างประสบการณ์ตรง เราจองไปสองคันรับรถที่สนามบิน คันนึงจองแบบมียางพิเศษ อีกคันลืม สรุปเขาไม่มีรถสำรองไว้ให้ เพราะเราไปถึงดึกแล้วด้วย พัง พังพินาศ แผนเปลี่ยนกะทันหันหมดเลย (โง่จริง ไม่มีแสตนด์อินจ้า) __________________________________________________ HAKONE : ฮาโกเน่เป็นเมืองที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของโตเกียว ขับรถตรงมาจากสนามบินนาริตะใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงเท่านั้น เมืองนี้อัดแน่นไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ และออนเซ็น ไฮไลท์ของที่นี่เห็นทีจะหนีไม่พ้นไข่ดำที่ต้มจากหุบเขาโอวาคุดานิ หุบเขาที่เกิดขึ้นจากการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อสามพันปีก่อน ทำให้จะมีควันคอยพุ่งออกมาจากรอยแยกของแผ่นดินอยู่ตลอดเวลาจนได้ชื่อว่าเป็นหุบเขานรกกันเลยแหละ เขาว่ากันว่ากินไขดำที่นี่หนึ่งฟองจะอายุยืนขึ้นไปอีกเจ็ดปีเลยนะเอ้ออออ ( […]

HERNTAI RESORT / แม่ลาน้อย …ทุ่งนา ขุนเขา และสายหมอก

หลังจากเปียกปอน ฝ่าดงทากขึ้นดอยที่ ‘บ้านห้วยฮี้’ กันมาแล้วจุดหมายปลายทางถัดไปในจังหวัดแม่ฮ่องสอนของพวกเราก็คือ …‘เฮินไต รีสอร์ท’ ที่พักท่ามกลางทุ่งนาสีเขียว ที่มีบรรดาขุนเขา และสายหมอกออกมารอต้อนรับแขกอย่างเราให้ได้เอนตัวพักผ่อน หย่อนใจอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ รีเซ็ตปอดตัวเองให้สดชื่นก่อนจะกลับไปสู่ความวุ่นวายที่เมืองหลวงอีกครั้ง เฮินไต รีสอร์ท ตั้งอยู่ที่อำเภอแม่ลาน้อย อำเภอเล็กๆที่โอบล้อมไปด้วยภูเขาและความหลากหลายทางวัฒนธรรม จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนใช้เวลาประมาณสองชั่วโมง ขับรถมาทางเส้นแม่สะเรียง จะเจอป้ายใหญ่ๆ ขับเข้าไปในซอยอีกประมาณห้าร้อยเมตรก็ถึงแล้วค่ะ ที่พักที่นี่จะมาในรูปแบบ ‘เฮินไต’ หรือบ้านพักสไตล์ไทใหญ่ผสมผสานกับความทันสมัย แต่ยังคงคอนเซปต์กลมกลืนกับธรรมชาติ เหตุผลที่บ้านพักเป็นสไตล์ไทยใหญ่เนี้ย เป็นเพราะว่าชาวบ้านแถวนี้ส่วนใหญ่เป็นชาวไทใหญ่นิแหละค่ะ แต่ละหลังรูปแบบก็จะแตกต่างกันออกไป แต่รับรองว่าวิวดีเห็นทุ่งนาทู้กกกกหลังเลย ( อันนี้คือหลังที่เราไปพักค่ะ ถ้ามาตอนที่เขาดำนาเสร็จแล้ว จะมีทุ่งนาเขียวๆอยู่หน้าที่พักเลย) เราไปพักที่เฮินไตกันตอนช่วงปลายเดือนกรกฎาคมเป็นช่วงที่ชาวบ้านกำลังเริ่มดำนากันพอดี เพราะฉะนั้นพื้นที่บางส่วนของรีสอร์ทก็ยังจะเป็นแปลงโล่งๆอยู่ อาจจะยังไม่สวยแต่สูบเหมือนช่วงหน้าหนาวที่ชาวบ้านดำนาเสร็จ ต้นข้าวขึ้นเขียวขจีแล้ว แต่ความสนุก และพิเศษของหน้าฝนมันคือ …การที่เราได้ช่วยชาวบ้านดำนา!!!ใช่แล้ววววว นอกจากจะมาซึบซับเอาบรรยากาศ ที่เฮินไตก็ยังมีกิจกรรมที่ให้เราย่ำโคลนลงไปดำนากับชาวบ้านด้วย จากที่สังเกตุดูชาวบ้านจะแบ่งทีมงานเป็นสามฝ่ายค่ะฝ่ายแรกจะเป็นฝ่ายถอนกล้ามามัดให้เป็นกำๆ ฝ่ายสองจะขนส่งใส่กระบุงแล้วก็มาโยนไว้ตามแปลงที่ว่างและฝ่ายสามก็คือฝ่ายดำนา ที่จะต้องนำต้นกล้าแต่ละกำ มาดึงออกที่ละกระจุกๆ แล้วก็ค่อยๆบรรจง ปักลงไปให้เป็นแถว วิธีการก็คือเอานิ้วโป้ง กดลงไปในดินให้เป็นรูแล้วเอาต้นกล้าปักไป แล้วก็เอาดินปาด ปั๊ปเข้าให้เป็นอันเสร็จนั่นนนนน ทฤษฎีแน่นมากค่ะ แต่พอลงมือปฏิบัติเท่านั้นแหละ ปักเฉียงเล่นเอาแถวชาวบ้านรวนบ้างแหละ ปักปุ๊ปต้นกล้าลอยแตกแขนงบ้างแหละ 5555555จากที่คิดว่าจะมาช่วย กลายเป็นภาระซะงั้น ใครไปช่วงต้นข้าวโตๆแล้วเห็นบางแปลงแหว่งๆนี่ไม่ต้องสงสัยเลยเน๊าะ แต่ถ้าใครมาช่วงที่ชาวบ้านดำนาเสร็จไปแล้ว ก็ไม่ต้องน้อยใจไป […]

‘บ้านห้วยฮี้’ หมู่บ้านเล็กๆของชาวเขา ที่มีดอยปุยเป็นเพื่อนบ้าน

หน้าฝนแบบนี้ หลายๆคนอาจจะนึกถึงท้องฟ้ามืดครึ้ม และสีเทาหม่นๆของก้อนเมฆแต่เรากลับคิดถึงสีเขียวของป่าและภูเขามากกว่า ความเขียวชะอุ่มของต้นไม้รายทางที่มาพร้อมกับโคลนสีน้ำตาลเฉอะแฉะน่าย่ำ ..และนั่นจึงเป็นที่มา ของการพาตัวเองมานั่งอยู่บนหลังมอไซต์ของชาวบ้านพร้อมเป้สะพายหลังอีกหนึ่งใบ ที่เตรียมพร้อมเดินทางเข้าสู่หมู่บ้านชาวเขาเล็กๆที่ห่างออกจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนไปราวๆ 40 กิโลเมตร หมู่บ้านที่ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีสัญญานมือถือ ที่แห่งนั้นคือ ‘บ้านห้วยฮี้’ จังหวัดแม่ฮ่องสอน _________________________________________________________ รถมอไซต์ชาวบ้านพร้อมกลิ่นเบรคไหม้ ขับลัดเลาะถนนที่ไต่เขาขึ้นไปเรื่อยๆคอนกรีตบ้าง ดินแดงบ้างสลับกันไป แต่ที่ยังคงมีอยู่ให้เห็นอยู่ตลอดทางก็คือวิวทิวเขาสวยๆที่วางตัวเป็นแนวสลับซับซ้อนพร้อมกับต้นสนที่ขึ้นเรียงรายกันอยู่ข้างทาง หลังจากที่กำแฮนด์มอไซต์มาเกินกว่าครึ่งทาง ลุงประมวลและชาวแก๊งค์ก็หยุดให้เราพักตูดจากความระบมกันที่จุดชมวิว ก่อนจะเริ่มแว๊นซ์กันต่ออีกรอบและบอกว่า ต่อไปนี้นี่แหละของจริง 555555 (พร้อมกับเสียงขำอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ขำทีก้ตื่นกันทั้งหมู่บ้านอ่ะจ้ะ) ใช้ระยะเวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง เราก็เดินทางมาถึงบ้านพะตี่มีนา คุณลุงเสื้อสีชมพูแปร๊ดเจ้าของบ้าน ที่นั่งล้อมกองไฟรอพวกเราอยู่ บ้านของพะตี่มีนา แยกเป็นสองหลังหลังนึงสร้างไว้สำหรับนักท่องเที่ยว ส่วนอีกหลังที่มีครัวเป็นของพะตี่มีนาและครอบครัวช่วงเวลาที่อยู่ห้วยฮี้เราจะกิน จะนอนมันที่บ้านของพะตี่มีนานิแหละ หลังจากเก็บของเสร็จเรียบร้อยเราก็ออกเดินสำรวจหมู่บ้านกัน บ้านห้วยฮี้ ดูจะเงียบเหงาหน่อยๆเพราะนี่ไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยวของพวกเขาศูนย์หัตถกรรม และจุดรวมนักท่องเที่ยวก็ถูกใส่กุญแจล็อคไว้อย่างดี คิดว่าถ้าเป็นช่วงหน้าหนาวมันจะต้องครึกครื้นแน่ๆ เราเดินต่อกันไปเรื่อยๆตามถนนที่ทอดตัวยาวตัดผ่านหมู่บ้าน กะว่าถ้าเจอชาวบ้านสักคน จะชวนคุยสักหน่อยแล้วก็ ผ่างงงงงงงง! มีเด็กน้อยสองคนกระโดดลงมาจากไหล่ทางเหมือนอ่านใจเราออก เออเอาว่ะ! มาเป็นไกด์ให้หน่อย พาไปไหนก็ได้แล้วแต่เลยและแล้ว ‘ห้วยฮี้ on tour’ จึงถือกำเนิดขึ้น โดยมีหัวหน้าทัวร์คือเด็กชายเจียรไนวัยอนุบาลสาม และเด็กชายอติชาติวัยเจ็ดขวบ สถานที่แรกที่เราจะไปกันน้านน คือบ้านของเจียรไนนั่นเอง 55555555เจียรไนบอกว่า […]

THE VALLEY TOWN : ‘แม่ฮ่องสอน’ เมืองในหุบเขาที่ถูกโอบกอดไปด้วยธรรมชาติ

นี่คือการมาแม่ฮ่องสอนครั้งที่สองของเราหลังจากครั้งแรกเรามาที่นี่ โดยการมาทดลองเที่ยวแบบ CBT หรือการท่องเที่ยวโดยชุมชนซึ่งเราได้ทั้งมากิน มานอน มาเดินป่า อยู่กับชาวบ้านเลย โลคอลสุดๆแฮปปี้มากกก! หลังจากครั้งนั้นกลับบ้านไป หูตาก็สว่างขึ้นมาทันทีว่า ‘โหยยยยย แม่ฮ่องสอนมันขนาดนี้เลยหรอวะ’และนี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้กลับมาแม่ฮ่องสอน เมืองในหุบเขาที่มีเต็มอิ่มไปด้วยธรรมชาติอีกรอบพร้อมกับลิสต์สถานที่ที่อยากไปอีกบาน (แต่เวลาไม่พอ เค้าเก็บมาได้แค่นี้จริงๆ) PAI :  เมืองเล็กๆน่ารัก ฝรั่งงานดีอย่าง ‘ปาย’ปาย เมืองเล็กๆเสน่ห์ล้น ที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาและเป็นที่นิยมสุดๆของเหล่าแบ็คแพ็คเกอร์ต่างชาติ เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนของเมืองก็จะเจอแต่ฝรั่งเต็มไปหมด เผลอๆเจอมากกว่าคนไทยซะอีก กิจกรรมสำหรับเมืองนี้ ที่เราขอแนะนำว่าห้ามพลาดก็คือการไปนั่งดูพระอาทิตย์ตกที่กองแลน หรือที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันในนามของ PAI CANYON ที่นี่มีที่ให้ปีนป่ายเยอะมาก ใครชอบความหวาดเสียว หรืออยากหามุมแปลกๆสวยๆในการถ่ายรูปก็โน่นเลยจ้า ปีนไปหินข้างหน้าได้เลย (อันนี้น้องขอบาย เพราะสูงม๊ากกก) แต่ถ้าใครสายปลีกวิเวก อยากหามุมสงบ ก็แยกย้ายเดินหลบไปหามุมเงียบๆนั่งเล่นหรือไม่ก็ผูกเปลนอนตามต้นไม้ รอเวลาพระอาทิตย์ตกดินได้ตามสบาย ยังไม่จบแค่นี้นะ ขับรถออกมาจากปายไปทางเส้นแม่สะเรียง ซักประมาณสิบห้านาทีเราก็ได้บังเอิญเจอกับแคมป์ข้างทาง ซึ่งมันเป็นแคมป์ฟรี! พร้อมยังมีแปลงผักเล็กๆ และแถมด้วยแคมป์ไฟขนาดย่อมบวกกับวิวข้างแคมป์ที่มีทั้งลำธาร ทุ่งหญ้า และโขดหินไว้ปีนเล่น นักท่องเที่ยวสายแบ็คแพ็คไม่ควรพลาด! แต่ถ้าจะขับรถผ่านมาแวะกินข้าวเฉยๆก็ได้ ที่นี่เขามีบุฟเฟ่ต์ในราคา 55 บาทไว้ให้เรารองท้องด้วย อาหารตามสั่งอย่างอื่นก็มี LOD CAVE […]

SEA SUN SAND | สามวันสองคืน ‘เกาะช้าง’ สูบความชิลล์ให้เต็มอิ่ม

‘เกาะช้าง’ ก่อนจะเริ่มกระทู้ขอเกริ่นก่อนเลยว่าสามวันสองคืนสำหรับที่นี่ โครตไม่พอ เรามารอบสองแล้วนะก็ยังไม่พอ แนะนำให้เก็บตังค์มาสักฟ่อน แล้วอยู่ยาวไปเลยจ้า มีอะไรให้ทำเยอะมากก จุดเริ่มต้นของทริปนี้ คือการที่ทั้งพี่ทั้งน้องรู้สึกเหมือนกันว่าก่อนจะลงหลุมความเครียดไปกับการสอบกลางภาคที่กำลังคลืบคลานเข้ามานั้นขอชิลกันให้สุดๆก่อนว้อยยยยยย อ่ะ หยิบแว่นกันแดด รองเท้าแตะซักคู่ บิกินี่อีกสักตัว ลุยยยย!(ตัดภาพมาที่ความจริงกระเป๋าตุง พร๊อพเยอะสุดๆ เหมือนแบกบ้านไปด้วย 5555) ปล.ถ้าขี้เกียจอ่าน งั้นดูวิดีโอเสพบรรยากาศไปก่อนก็ได้นะ 5555 DAY1 ———————————————————ผ่างงงง! หมดเวลาเกือบทั้งวันไปกับการเดินทางภาพที่วาดไว้คือ เช็คอินเข้าโรงแรมปุ๊ป เราจะเช่ามอไซค์ขี่ไปโดดน้ำตกคลองพลูปั๊ปต่อด้วยการไปเดินเล่นที่โลนลี่บีช นั่งบาร์ ดูพระอาทิตย์ตกกัน แต่ความจริงมันโหดร้าย โหดสุดก็อีตอนรถติดอยู่ตรงพระรามเก้าเนี่ยแหละคะสิบโมงกว่าแล้ว รถตู้ยังไม่พ้นจากกรุงเทพเลยจ้า สรุปกว่าจะข้ามเรือมาถึงเกาะช้างก็ตอนสี่โมงเย็นอีกครึ่งชั่วโมงน้ำตกปิด เปลี่ยนแผนกันแทบไม่ทัน… ที่พักของเราสำหรับทริปสามวันสองคืนนี้ คือออออ AWA RESORT KOH CHANG ค่ะตั้งอยู่ที่หาดไก่แบ้ ทำเลดีงาม เลี้ยวซ้ายน้ำตกคลองพลู เลี้ยวขวาไปทางโลนลี่บีชฝั่งตรงข้ามข้างๆ มีพวกคาเฟ่น่ารักๆ ร้านค้าชาวบ้านด้วยย แต่ก่อนอื่นเรามาพากันเช็คอิน แล้วรีบออกไปเช่ามอไซค์กันก่อนนนนน(ดูกล้ามแขนตรงนั้นนน เอ้ยยยย ล๊อบบี้โรงแรมสิคะ 5555) ก่อนจะเริ่มออกไปแว๊นซ์มอไซต์  พี่ที่โรงแรมเขาก็แนะนำเราว่าทางไปโลนลี่บีชมันขึ้นเขานะ ไม่ค่อยมีไฟมันอันตราย ลองเปลี่ยนไปดูพระอาทิตย์ตกที่จุดชมวิวไก่แบ้ดูสิ ใกล้ๆ สวยเหมือนกัน ที่มีตู้ไปรษณีย์สีแดงอันใหญ่ๆอะ นี่ก็คิดว่า ไอ้จุดชมวิวไก่แบ้ของพี่เนี่ย มันคงฟิลแบบถ่ายกับหลักกิโลอันใหญ่ๆไม่ก็ […]