A JOURNEY TO SRI LANKA (3) : ทัวร์ซาฟารีส่องสัตว์ ณ ‘อูดาวาลาเว’ ก่อนจะหนีไปลงทะเลที่ ‘เวลิกาม่า’

DAY 5 ไปต่ออย่าได้หยุดกับเมืองถัดไป ‘อูดาวาลาเว’ Udawalawe พวกเราออกแต่เช้าและเหมารถกันอีกเช่นเคย เพราะระหว่างทางเราจะแวะเที่ยว Diyaluma Falls น้ำตกที่สูงที่สุดอันดับ 2 ของศรีลังกา ถ้าจะให้ดีจ้างไกด์ชาวบ้านพาขึ้นลงเถ๊อะะะ เขามีบริการอยู่แถวหน้าน้ำตกประมาณ ขึ้นชื่อว่าสูงอันดับสอง ก็คิดเอาไว้แล้วว่าคงต้องเหนื่อย แต่พอเดินจริงคือโครตของโครตเหนื่อยยยย แยกไม่ออกเลยว่าที่ไหลบนหน้านี่เหงื่อหรือน้ำตกเลย ใช้เวลาขึ้นลงเกือบ 3 ชั่วโมง แนะนำรองเท้าผ้าใบเท่านั้นนะคะ และบุญมีแต่กรรมบังอีกแล้ว ขึ้นไปถึงน้ำตกปุ๊บฝนตกจ้า ตกแบบหนักมากๆ โผล่ไปถ่ายรูปได้นิดหน่อย แล้วก็ต้องมาหลบอยู่ในเพิงร้านค้าของชาวบ้าน สุดท้ายดูท่าจะหยุดตกยากเลยต้องเดินลงทั้งที่ฝนยังปรอยๆ รูปอด รองเท้าพัง กล้องพัง คุ้มมั้ยเนี่ยยยย สุดท้ายเราก็หอบสารร่างพังๆ แบบเปียกปอนมาถึง Athgira River Camping ที่พักสไตล์แคมป์ปิ้งกลางป่าสุดน่ารักของเราแห่งเมือง Udawalawe จนได้ ลืมความเหนื่อยของวันนี้แบบหมดสิ้นเพราะที่พักน่ารักมากจริงๆ แถมมื้อเย็นที่รวมอยู่ในราคาห้องพักเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ BBQ สุดหรู แต่เสียอย่างเดียวไม่มีแอร์ มาช่วงหน้าฝนก็จะมีความอบอ้าวหน่อยๆ DAY 6 ‘อูดาวาลาเว’ Udawalawe เมืองเล็กๆ ทางตอนใต้ของศรีลังกา ที่เป็นประตูสู่ Udawalawe National Park อุทยานแห่งชาติที่สร้างขึ้นให้เป็นที่หลบภัยของสัตว์ป่าที่ถูกพลัดถิ่นจากการสร้างอ่างเก็บน้ำ อุทยานนี้มีขนาดไม่ใหญ่มากแต่มีช้างป่าอยู่เยอะมากกก นั่นแสดงว่าเราจะมีโอกาสเห็นได้มากกว่าเดิม! ไม่ใช่แค่ช้างป่า แต่รวมถึงสัตว์ป่าอื่นๆ ด้วย ( ตอนแรกเราตั้งใจว่าจะไป […]
INTO THE UNKNOWN ‘HPA-AN’ : ขี่มอไซต์ซิ่ง ‘พะอัน’ เมืองแห่งขุนเขา ประจำรัฐกะยิน

ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดีสำหรับเมืองนี้ เป็นเมืองที่ไม่เคยอยู่ในหัวเรามาก่อน คือมันไม่ต้องถึงกับแวะมาก็ได้ แต่ถ้ามีโอกาสได้แวะมา ก็คุ้มค่า (มากๆ) อยู่นะ ประมาณนี้ล่ะกัน ฮ่าๆ หลังจากมาทำงานอาสา #workaway ที่มิวเซียมในเมืองย่างกุ้งอยู่เกือบสัปดาห์ เราเหลือเวลาอีกสองวันก่อนกลับไทย ตามแพลนเดิมคือไปต่อที่ อินเล แต่คิดว่าเทแน่ๆ เพราะเดินทางเหนื่อย ไปก็อยู่ได้ไม่นานไม่คุ้มเลย โอเคงั้นเปลี่ยน! พม่ามันน่าขี่มอไซต์วะ อยากได้ฟีลแบบแว๊นซ์มอไซต์ตะลุยชนบทงี้ สรุปหวยออกที่ ‘พะอาน’ (Hpa-An) เมืองอะไรก็ไม่รู้ รู้แต่ว่านั่งรถไปแค่ 5 ชั่วโมงเท่านั้น เราเจอชื่อเมืองนี้อยู่ในตารางรถทัวร์ของโฮสเทล เสริชเน็ตดูแล้วน่าจะเข้าท่า งั้นปักหมุดที่นี่แหละ! 02:00 AM ตัดภาพมาที่เราและเพื่อนเดินงงๆ ลงจากรถบัส พร้อมกระเป๋าเดย์แพคคนละใบ (เป้ใบใหญ่ฝากไว้ที่โฮสเทล) ไหนในตารางบอกว่าจะถึงตีห้าไง? นี่ก็ประหยัดด้วยการไม่จองที่พักมา กะว่ามาถึงแต่เช้านั่งจิบชาสวยๆ แล้วออกซิ่งต่อเลย ค่าโรงแรมก็ไม่ต้องเสีย ฉลาดมากพวกเรา ป๊าบเข้าให้! แผนพลิกสิบตลบ มองไปคือเงียบกริบ มีร้านค้าเหงาๆ เปิดอยู่หนึ่งร้านถ้วน ละที่รถจอดคือไม่ใช่สถานีนะ แต่เป็นข้างถนน ตัวเมืองอยู่ไหนไม่มีใครรู้ แต่คนขับรถรับจ้างรู้! พร้อมโบกมือหยอยๆ อยู่ฝั่งตรงข้ามรอให้เราไปถามราคา แต่ทานโทษนะคะ ไม่ไปหรอกค่ะ ดูก็รู้เลยนะคะว่าจะโก่งราคาแน่ เห๊อะ ทำเป็นไม่สนใจเดินหนีดีกว่า […]
KOH CHANG | เล่นทะเล นอนเปล พักโฮสเทล ณ เกาะช้าง

เกาะช้าง จังหวัดตราด ทะเลที่ตั้งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพ ต่อให้ไม่มีรถส่วนตัวก็มาได้แบบง่ายๆไม่งงแค่นั่งรถตู้ ต่อด้วยเรือประมาณ 5-6 ชั่วโมงเท่านั้นก็ถึงแล้ว ง่ายขนาดนี้ เราเลยตัดสินใจมาใช้เวลาสามวันสองคืน นั่งชิลนอนชิลกับเพื่อนอยู่ที่นี่กันการเดินทางมาเกาะช้างแบบคนไม่มีรถอย่างเราๆ คือไปขึ้นรถตู้ที่อนุเสาวรีย์ชัยฝั่งวิคตอรี่พ้อยท์คนละ 300 บาท ( รถจะไปส่งต่อเราให้สองแถวเพื่อนั่งไปท่าเรือ สามารถซื้อตั๋วเรือไปกลับจากที่นี่ได้เลยราคา 160 บาท ) หลังจากนั้นก็รอเวลานั่งเรือข้ามไปเกาะช้างกันเลย… DAY 1 นั่งเรือประมาณ 30 นาทีก็จะข้ามมาถึงเกาะช้างกันเรียบร้อยหลังจากนั้นเราก็เดินตรงดิ่วไปยังบรรดารถสองแถวที่จอดรอๆกันอยู่ รถสองแถวผ่านทุกหาดค่ะ จะไปไหนก็บอกได้เลย ที่พักที่เราจองมาอยู่ที่หาดคลองพร้าว ไม่ไกลมาก ค่าโดยสารคนละ 70 บาท ( ถ้าที่พักไม่ได้ลับแลมาก ส่วนใหญ่บอกชื่อที่พักไปคนขับก็จะรู้เลยนะว่าอยู่ตรงประมาณไหน ) ตอนแรกว่าจะเดินไปหาร้านกินข้าวกันก่อน ค่อยออกไปท้าแดดท้าฝนที่ชายหาดแต่ที่โฮสเทลมีครัวค่ะ เสร็จพวกเรา สบายเลยทีนี้ ไม่ไปแล้วร้านอาหาร ข้ามฝั่งไปซื้อพวกไข่ ผัก มาม่ามาทำกินกันกันเองแทน อาหารที่ทำนี่ก็ไร้สาระมากกก มาม่า แต่ด้วยความที่มากับเพื่อนอะเนอะมันสนุกก็ตรงได้ทำนี่แหละ 5555555 กินได้ไม่ได้ช่างมัน เน้นความบันเทิงไว้ก่อน เครื่องปรุง กะทะ ภาชนะนี่เขามีไว้ให้ใช้ฟรีหมดเลย แต่กฏคือ ใช้เสร็จแล้วก็ล้างทำความสะอาดคืนส่วนตู้เย็นเราจะซื้ออะไรมาแช่ก็ได้ แต่ต้องเอาก็อตเทปเขียนชื่อแปะไว้ […]
[1] :: LAOS – VIETNAM :: แปดวันกับการออกเดินทางสองเมืองสองประเทศ หลวงพระบาง ฮานอย (ฉบับรถทัวร์!)

เรากับพี่สองคนตัดสินใจเริ่มต้นปีใหม่ด้วยการนั่งรถทัวร์ออกเดินทางไป หลวงพระบางแล้วก็ไปต่อยัง ฮานอย กันมาค่ะ ใช้เวลาทั้งหมดประมาณแปดวันได้ สองเมืองนี้ฟีลโครตขัดกันโดยสิ้นเชิง แบบว่าสงบๆเรียบง่ายที่หลวงพระบาง แล้วก็พรึ่บ! ตัดไปวุ่นวายสุดๆที่ฮานอยถึงแม้ว่าพวกเราจะใช้เวลากันเกือบสองวันเต็มอยู่บนรถทัวร์ ทุกคนอาจะคิดว่ามันต้องน่าเบื่อแน่เลยใช่ค่ะ ทุกคนคิดถูกแล้ว 555555555 ช็อตน่าเบื่อมันก็มีแหละ แต่ช่วงที่ตื่นเต้นมันมีมากกว่านะ งี้นี่เองที่เขาบอกกันว่าเสน่ห์ของการเดินทาง คือการพาตัวเองออกไปจากสิ่งแวดล้อมเดิมๆแล้วมันจะตื่นเต้นตลอดเวลา (ตัดภาพมานั่งหลับอยู่บนรถทัวร์) DAY 1-2CHIANG MAI TO LUANG PRABANG—————————————————————เราเริ่มต้นโดยการนั่งรถโดยสารจากเชียงใหม่ มุ่งตรงไปยังหลวงพระบางกันเลยค่ะ รถมีเพียงแค่รอบเดียวคือเก้าโมงเช้า และจะไปถึงหลวงพระบางในเวลาหกโมงเช้าของอีกวัน นั่นแปลว่ายี่สิบชั่วโมงนั่งให้ก้นชากันไปเลยยย ค่าโดยสารคนละ 1,200 บาทถ้วน(มีขนมแจกให้กล่องนึงพร้อมน้ำเปล่าหนึ่งขวด และแอร์ที่หนาวมากก ) ตอนแรกผู้โดยสารมีไม่ถึงสิบคนค่ะ จะเป็นชาวต่างชาติซะส่วนใหญ่ แต่พอขับไปเรื่อยๆก็จะแวะรับอีกนิดหน่อยตามสถานีอื่นๆ ระหว่างทางคือเบาะมันจะว่าง เราสามารถขยับขยายไปดีไซน์ท่านอนกันได้ตามสบาย รถจะหยุดเข้าออกด่านไทยลาวตามพิธี ใครยังไม่ได้แลกเงินไปก็ไปแลกเอาที่ด่านได้นะ กว่าจะข้ามมาถึงฝั่งลาวได้ก็เริ่มเย็นแล้วค่ะ มีหยุดแวะพักให้กินข้าวรอบนึง วิวระหว่างทางตอนกลางคืนสวยมากกกกกก ดาวเกลื่อนฟ้าเลย ถนนตอนแรกๆก็ยังดีอยู่ค่ะแต่ยิ่งใกล้ถึงหลวงพระบางทางก็ยิ่งเป็นลูกรัง นั่งสั่นนอนสั่นกันไปตลอดทาง ยังไม่รวมเสียงประตูกั้นระหว่างคนขับกับผู้โดยสารที่เปิดปิดๆดังโป๊กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆตามจังหวะรถสั่น เนื่องจากกลอนพัง แต่ไม่เป็นไร ถือว่าเป็นเสียงกลองตีเอาฤกษ์เอาชัยเริ่มต้นทริปละกันเนาะ จากตอนแรกที่อ่านรีวิวของพี่คนนึงมาพี่เขาถึงประมาณตี 4 ค่ะ เราก็แบบโหย น่าสงสารอ่ะ ถึงเช้าเกินแล้วจะยังไงต่อผิดแผนแย่เลยเนอะ ตัดภาพมาที่ตัวเอง รถจอดปุ๊ป มองนาฬิกา […]